“คอลลาเจน” รับประทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์

Last updated: Jul 18, 2019  |  628 จำนวนผู้เข้าชม  |  สุขภาพ

“คอลลาเจน” รับประทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์

คอลลาเจน (Collagan) นั้นพอพูดถึงหลายๆคนอาจจะนึกถึงความกระจ่างใสของผิวพรรณ ในปัจจุบนคอลลาเจนถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมในครีม โลชั่น อาหารเสริม เป็นต้น เพราะคอลลาเจน (Collagan) นั้นเป็นสารอาหารที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากเพราะทำให้ผิวพรรณของคุณดูสดใสและอ่อนวัย คอลลาเจนรับประทานอย่างให้ได้ประโยชน์ ดังนี้

 

คอลลาเจน คือ

คอลลาเจน คือ โปรตีนที่เกิดจากการรวมตัวของ กรดอะมิโน หลายชนิดต่อกัน โดยปกติแล้วร่างกายคนเราจะมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง กระดูก เส้นเอ็น ขน ข้อต่อ เส้นผมและเนื้อเยื่อทั้งหมดในร่างกาย ซึ่งจะทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับอวัยวะต่างๆ คอลลาเจนจะถูกผลิตออกมากเมื่อคุณอายุน้อยและจะลดปริมาณลงเมื่อคุณอายุมากขึ้น รังสีอัลตราไวโอเลตและพฤติกรรมการบริโภคอาหารก็มีส่วนในการผลิตคอลลาเจนลดลง เมื่อปริมาณของคอลลาเจนลดลงก็จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงต่างๆกับผิวพรรณของคุณ ได้แก่ ผิวพรรณขาดความกระชับ เกิดริ้วรอย หย่อนคล้อย เกิดความหมองคล้ำ

1.คอลลาเจนอาหาร

คอลลาเจนสามารถผลิตได้เองในร่างกายและสามารถพบคอลาเจนได้จากใยอาหารปลาทะเล ถั่วหลากสี ผักใบเขียว เห็ด ผลไม้สีส้มและแดง เอ็นหมู

2.คอลาเจนผิวพรรณ

ผิวหนังของคนเราสามารถแบ่งออกมา 3 ชั้น คือ ชั้นหนังกำพร้า หนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง คอลลาเจนมีความสัมพันธ์กับชั้นหนังกำพร้า หรือ หนังชั้นนอกในการเกิดฝ้า สิว กระ ส่วนริ้วรอยนั้นจะเกิดที่หนังแท้เพราะในผิวชั้นนี้ประกอบไปด้วย 2 ชนิดทำงานร่วมกัน

- คอลลาเจนและอีลาสติน

ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างให้ความเหนียว แข็งแรง ตึงและเรียบเนียนของผิวหนัง ส่วนอีลาสตินจะทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นต่อผิวหนัง

- ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง

ซึ่งเป็นส่วนที่รองให้ผิวหนังคงรูปร่างสามารถรับแรงกระแทกและสะสมพลังงานให้กับร่างกาย ที่สำคัญ คือ เรื่องของความอ่อนเยาว์ที่เกิดจากผลของการทำงาน่วมกันระหว่างชนิดของคอลลาเจน เรียกว่า โซลูเบิล คอลลาเจน กับ อีลาสตินที่ผสานกันทำหน้าที่ช่วยให้เซลล์สามารถอุ้มน้ำและความชุ่มชื้นเอาไว้

เซลล์ในผิวหนังจะตึงและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่ออายุของคุณมากคอลลาเจนก็จะเปลี่ยนสภาพไปเป็นคอลลาเจนไปอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “อินโซลูเบิล คอลลาเจน” กลายเป็นโปรตีนที่ทนต่อสารเคมีมากยิ่งขึ้นทำให้สูญเสียความยืดหยุ่นของเซลล์ไปและคุณสมบัติในการรักษาความชุ่มชื้นต่อเซลล์ผิวลดลงตามลำดับส่งผลให้เกิดผิวหนังเกิดการยุบตัวและกลายเป็นริ้วรอยบนใบหน้า หรือ ผิวหนังในบริเวณอื่นตามมา

 

สมุนไพรช่วยเพิ่มคอลลาเจน

1.ว่านหางจระเข้

ช่วยในการรักษาแผลโดยเพิ่มผลิตคอลลาเจน

2.บิลเบอร์รี่

มีสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยให้คอลลาเจนคงตัว

3.ดาวเรือง

ช่วยรักษาแผลและช่วยให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้

4.หญ้าหางม้า

ให้สารที่ร่างกายต้องการเพื่อที่จะผลิตคอลลาเจนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

5.น้ำเต้า

มีสารไฟโตเอสโทรเจนที่ช่วยป้องกันริ้วรอยและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

6.กวาวเครือขาว

มีสารกลุ่มไฟโตเอสโทรเนและโครมีนที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งไฟโตเอสโทรเจน และ เอสโตรเจนจะช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นหนังแท้ได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

Powered by MakeWebEasy.com